วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความหมายของวุฒิภาวะ

วุฒิภาวะ หรือ Maturity คืออะไร

วุฒิภาวะ
หมายถึง ความมี ความเป็น ความปรากฎ ที่เป็นภูมิรู้ ความเจริญ ความงอกงาม ความเป็นผู้ใหญ่ทางบุคลิกภาพและพฤติกรรมทางอารมณ์

มร.กอร์ดอน เอ็ม. อัลฟอร์ท นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้อธิบายคุณสมบัติของบุคคลที่มี บุคลิกภาพวัฒนะ หรือ วุฒิภาวะ ไว้ 6 ประการ ดังนี้

1. มีปรัชญาชีวิตหรือค่านิยมของชีวิต ซึ่งทำให้บุุคคลผู้นั้นใช้ชีวิตอย่างมุ่งมั่น บากบั่นมีจุดหมาย
2. มีจิตเพื่อบุคคลอื่น และเพื่อสังคมส่วนรวม สามารถร่วมสร้างสรรค์แบ่งปัน ความรู้ ความคิด ทุกข์สุขกับบุคคลในครอบครัว เพื่อนนอกวงการและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งมีจิตใจ เพื่อสังคมส่วนรวม
3. สามารถสร้างไมตรีกับผู้อื่นได้ ไม่อิจฉาหรือรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ บุคคล วัตถุ ตำแหน่ง รู้จักการเป็นผู้ให้ ผู้รับ และรู้จักปลง
4. กล้าเผชิญกับทุกข์ยากของชีวิตได้
5. มีอารมณ์ที่ไม่ขึ้นลงรวดเร็ว และรุนแรง มีอารมณ์ขัน และมีความยืดหยุ่น
6. กล้าเผชิญและยอมรับทั้งความด้อย และความเด่นของตนเอง บุคคลอื่นและของสังคม คนที่เห็นตัวเองและคนอื่นด้อยสุดหรือเด่นสุด ชั่วสุดหรือดีสุด คือ คนที่ยังคิดแบบเด็กๆ ไม่มีมนุษย์คนใดจะมีวุฒิภาวะเต็มเปี่ยม แต่ละคนมีระดับของวุฒิภาวะแตกต่างกันไป


อ้างอิงจาก: http://goldcollect.blogspot.com/2009/10/maturity.html

ความหมายของการเรียนรู้ และ วุฒิภาวะ

            การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคลอันเนื่องมาจาก การเผชิญสถานการณ์ โดยเฉพาะสถานการณ์ซ้ำ ๆ   โดยที่ไม่ได้เป็นสัญชาติญาณ หรือเป็นส่วนของพัฒนาการโดยปกติ
            ในทฤษฎีการเรียนรู้นั้นกล่าวถึงรูปแบบและคำที่ควรรู้ได้แก่
            Conditioning   มี 2 ประเภท ได้แก่
          1. Classical Conditioning (respondent conditioning)
คือ การที่บุคคล (อาจเป็นคนหรือสัตว์) ได้รับสิ่งกระตุ้น (Stimulus) สองสิ่งในเวลาใกล้เคียงกันโดยที่สิ่งกระตุ้นหนึ่ง เป็นสิ่งกระตุ้นที่จะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยธรรมชาติ (Unconditioned Stimulus) และอีกสิ่งกระตุ้นเป็นสิ่งที่ถ้ากระตุ้นโดยลำพังจะไม่มีการตอบสนอง (Conditioned stimulus) เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นควบคู่กันผ่านระยะเวลาหนึ่ง บุคคลจะตอบสนองต่อ Conditioned stimulus (CS) ได้โดยไม่ต้องมี Unconditioned stimulus (UCS) ร่วมด้วย
            ตัวอย่างเช่น ในการทดลองของ Pavlov  เขาให้อาหารสุนัขพร้อมเสียงกระดิ่งเมื่อสุนัขเห็นอาหารจะมีน้ำลายไหล (ขณะเดียวกันจะได้ยินเสียงกระดิ่งด้วย)  ต่อมาพบว่าแม้สุนัขไม่เห็นอาหารแต่ได้ยินเสียงกระดิ่งก็จะมีน้ำลายไหลด้วย
            จากกรณีนี้ อาหาร คือ unconditioned stimulus (UCS) จะทำให้เกิดการตอบสนองโดยธรรมชาติอยู่แล้ว (Unconditioned Response = UCR) คือน้ำลายไหล ส่วนเสียงกระดิ่งเป็น Conditioned Stimulus (CS) ซึ่งโดยปกติเมื่อได้ยินจะไม่มีน้ำลายไหล  แต่เมื่อให้คู่กับอาหาร ต่อมาเพียงแต่ได้ยินเสียงกระดิ่งก็จะมีน้ำลายไหล ซึ่งตอนนั้นน้ำลายไหลจะเป็น Conditioned response (CR) คือการตอบสนองที่เกิดภายใต้เงื่อนไข ถ้าดูแผนภูมิก็คือ
            อาหาร (UCS)                                        น้ำลายไหล (UCR)
            เสียงกระดิ่ง (CS) + อาหาร (UCS)                        น้ำลายไหล (UCR)
            เสียงกระดิ่ง (CS)                                    น้ำลายไหล (CR)
           
            Extinction คือ ภาวะหมดการตอบสนองต่อ conditioned Stimulus (CS) เนื่องจากมีการให้ CS อย่างซ้ำ ๆ โดยไม่ได้ให้UCS ร่วมด้วย ทำให้ต่อมาไม่เกิดการตอบสนอง เช่น จากตัวอย่างเมื่อสักครู่ หากมีการสั่นกระดิ่งโดยไม่ให้อาหารสักระยะหนึ่ง สุนัขจะไม่มีน้ำลายไหลอีก  แต่ภาวะดังกล่าวนี้หากให้พักโดยไม่กระตุ้นเลยระยะหนึ่งแล้วกระตุ้นใหม่ อาจมีการตอบสนองกลับคืนแต่ไม่มากเท่าเดิม
            Stimulus generalization คือ การที่เมื่อเกิดการเรียนรู้ แบบ Classical Conditioning  แล้ว บางครั้ง  นอกจากจะตอบสนองต่อ Conditioned Stimulus แล้ว ยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น สุนัขที่มีน้ำลายไหลเมื่อมีเสียงกระดิ่งแล้ว ยังตอบสนองต่อเสียงกริ่งที่คล้ายกระดิ่งด้วย
            Discrimination คือ การเรียนรู้ของคนหรือสัตว์นั้น นอกจากตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่คล้ายกันได้แล้วนั้น ในทางกลับกันหากมีความสามารถจะแยกสิ่งเร้าที่แตกต่างกันก็ทำให้ตอบสนองไม่เหมือนกัน เช่น เด็กที่กลัวสุนัข จะไม่กลัวแมว แม้จะมีสี่ขาเหมือนกัน แต่เด็กแยกได้ว่าสุนัขกับแมวแตกต่างกัน
            ดังนั้นปฏิกิริยาต่อสิ่งเร้าใดๆ นอกจากเกิดได้ตาม Classical Conditioning แล้ว แต่ยัมีความ-แตกต่างที่ขึ้นกับความสามารถของบุคคลในการที่จะ Discrimination และ generalization ด้วย 
            2. Operant Conditioning
                        ผู้ที่นำเสนอทฤษฎีนี้ คือ Skinner ทฤษฎีนี้จะกล่าวถึงการเรียนรู้ที่ได้มาจากการได้รับผลของการกระทำ เช่น หนุถูกจับไปทดลองให้วิ่งไปสำรวจที่ต่าง ๆ ในกรง เมื่อสำรวจเสร็จไปกดโดนคันโยก จะมีเศษเนยแข็งหล่นลงมา หนูจะเรียนรู้ที่จะกดคันโยกอีก นอกจากอาหารแล้วสิ่งที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ ก็ถือว่าเป็นรางวัลที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ เช่น คำชม, การขยันเรียนแล้วได้ผลการเรียนดี เป็นต้น
           
            ความถี่ห่างของการให้รางวัลจะมีผลกับการตอบสนอง หากให้รางวัลทุกครั้งที่ทำได้ จะเกิดการเรียนรู้เร็ว แต่การให้รางวัลนาน ๆ ครั้ง จะช่วยป้องกันเรื่องการเลิกทำ เช่น ผู้ติดการพนัน ถ้าหากไม่ชนะเลยก็จะเลิกเล่น แต่หากชนะบ้างก็ยังมีแรงจูงใจให้อยากเล่นต่อ
            Positive reinforcement หมายถึงกระบวนกาเรียนรู้ที่การตอบสนองเกิดมากขึ้นเพื่อจะได้รับรางวัล
            Negative reinforcement  หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดการตอบสนองมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ต้องการ เช่น นักเรียนขยันเพราะกลัวสอบตก แต่ negative reinforcement ไม่ใช่การลงโทษ   การลงโทษเป็นกระบวนการทำให้ response  ที่ไม่ต้องการลดลง
            Shaping behavior  เป็นการปรับพฤติกรรม บุคคลให้เป็นไปในทางที่เราต้องการโดยอาศัยความรู้เรื่อง การเรียนรู้ เช่น จะฝึกให้แมวน้ำกดกริ่งด้วยจมูกจะเริ่มจากให้รางวัลเมื่อแมวน้ำเอาจมูกมาใกล้ ๆ กริ่งก่อน  แมวน้ำจะเริ่มรู้ว่า ถ้าเอาจมูกมาบริเวณนี้จะได้รางวัล และต่อมาจะให้รางวัลเมื่อกดลูกกริ่ง  แมวน้ำจะเริ่มเรียนรู้การกดกริ่ง
Cognitive Learning Theory
            Cognition  หมายถึงขบวนการรับประสบการณ์ต่าง ๆ ไปประมวลคิดและใช้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความฉลาดใช้เป็นการเข้าใจเรื่องเหตุและผล
            การนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโดยการทำให้มองเห็นเป็นรูปธรรม ถึงเหตุและผลที่ตามมา เช่น การฝึกคลายเครียด (relaxation) ให้แก่ผู้ป่วย โดยตรวจวัดความดันโลหิตและชีพจรไปด้วยกัน ผู้ป่วยจะพบว่าเมื่อฝึกแล้ว ความดันโลหิตลดลง และชีพจรเต้นช้าลง ทำให้ผู้ป่วยเรียนรู้ว่าการฝึกจะทำให้สุขภาพดีขึ้น
            นอกจากนี้ในผู้ป่วยบางรายมี cognitive function ทำงานผิดปกติ  (error) ก็มีอาการเจ็บป่วยได้ เช่น ผู้ป่วยที่มองตัวเองในแง่ร้าย เวลาเกิดเรื่องที่ไม่ดี มักจะโทษตัวเองเป็นต้นเหตุ (ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นจากสิ่งอื่น) ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า หากรักษาให้มี cognitive function ดีขึ้นไม่มองตนเองในแง่ลบ (มองตามความเป็นจริง เข้าใจเหตุและผลกระทบตามสภาพความเป็นจริง) แล้วอาการจะทุเลาขึ้น
            Social Learning Theory
            ทฤษฎีนี้มีพื้นฐานว่าพฤติกรรมของคนถูกปรับได้โดยปฏิกิริยาในสังคมและการเลียนแบบ โดยคนจะเลียนแบบกันได้ แต่ต้องมีความเหมาะกับพื้นฐานดั้งเดิมของตน การเลียนแบบจึงจะเกิด ซึ่งหากนำทฤษฎีเกี่ยวกับ operant และ classical conditioning  มาช่วยก็จะพบว่าหากการเลียนแบบนั้น ได้รับแรงเสริมด้วย เช่น เป็นที่ชื่นชม ก็จะทำให้การเลียนแบบเกิดขึ้นได้ง่าย
            สิ่งที่คนเราจะเลือกเลียนแบบ ขึ้นกับ อายุ, เพศ, สถานะ  ถ้าหากได้รูปแบบที่ดีเลียนแบบก็จะมี self-efficacy  คือ สามารถปรับตัวเผชิญสถานการณ์และดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมได้
            สมองกับการเรียนรู้
            การเรียนรู้ต้องอาศัยการจดจำประสบการณ์ต่าง ๆ  ความจำจะอาศัยการทำงาน ของสมองส่วน hippocampus, cortex และ cerebellum
            การจัดเก็บความจำ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จำได้ดี การนำเรื่องที่จะจำไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยจำไว้แล้วจะทำให้สามารถจัดเก็บได้ดีขึ้น
            ความจำจะแบ่งเป็น Short-term และ Long-term memory
            Long-term memory  จะหมายถึง recent memory, remote memory และ secondary memory  ส่วน Short term memory  จะหมายถึง immediate memory, working memory, primary memory และ buffer memory ซึ่ง Short term memory จะถูกรบกวนโดยความเครียด ปัญหาทางจิต หรือมีเรื่องต้องจำมาก  ส่วน long term memory จะมีความสามารถในการจุความจำได้มากกว่า
            ความเครียดหากไม่มากจะช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น แต่ถ้าเครียดมากจะยับยั้งการเรียนรู้  เราจะจดจำได้ดีหากบันทึกความจำขณะที่กำลังมีความสุข และจะย้อนนึกถึง (recall) ได้ดีในขณะกำลังมีความสุข  คนเรามักจำเหตุการณ์ได้หลังจากอายุ 3-5 ปี  ถ้าความจำของช่วงอายุก่อนหน้านั้นมักจะเป็นเรื่องที่มีเหตุการณ์รุนแรง หรือสัมพันธ์กับกลิ่น (เหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับกลิ่น เรามักจะจำได้ดี)           

แรงจูงใจ (Motivation)
            เป็นภาวะที่ทำให้บุคคลมีความพยายามจะปฏิบัติสิ่งใดสิ่งใดหนึ่ง อาจเป็นภาวะที่กำลังยากลำบาก เช่น กำลังหิวมีความพยายามหาอาหาร เป็นความพยายามของบุคคล (คนหรือสัตว์) ที่จะรักษาสมดุลของชีวิต เช่น หิวน้ำก็พยายามหาน้ำ, เหงา ว้าเหว่ ก็พยายามทำสิ่งที่คนนึกถึงและยอมรับ (Social motives)
            แรงจูงใจของแต่ละคนขึ้นกับคุณค่า (value) ที่แต่ละคนกำหนดในใจ เช่น บางคนต้องการเรียนให้ได้เกรด A, บางคนต้องการเรียนให้ผ่าน เป็นต้น