วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ความหมายของอารมณ์เศร้า อารมณ์ เศร้า คงไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่เคยสัมผัสกับอารมณ์นี้ เมื่อเราผิดหวัง เกิดความสูญเสีย อารมณ์เศร้าก็จะเกิดขึ้น เรารู้สึกท้อแท้ หดหู่ เบื่อหน่ายสิ่งต่างๆ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิ บางครั้งอาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง แต่ถึงจะเบื่อหน่ายอ่อนเพลียอย่างไรก็ตาม เราก็จะยังสามารถทำงาน ทำหน้าที่ของเราได้ตามปกติ
แต่ภาวะเช่นนี้มันจะอยู่ไม่นาน อาจจะเป็นเพราะเราปรับตัวกับปัญหาได้ หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่สร้างปัญหาให้เรามันคลี่คลายไป
วิธีคิด ก็คือ เหตุผลที่เราใช้มองหรือมีตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่มากระทบกับชีวิตของเราว่ามันมีความหมายกับเราอย่าไร ถ้าเรามองเหตุการณ์นั้นๆ ในทางบวก มองวิกฤติคือโอกาส มองอุปสรรคคือความท้าทาย จิตใจของเราก็จะเบิกบาน ตรงกันข้ามถ้าเรามองทุกอย่างในแง่ลบ จิตใจของเรากาจะหดหู่และเศร้าหมอง อารมณ์เศร้าและโรคซึมเศร้าก็จะย่างกรายเข้ามาในชีวิตเรา
สาเหตุ สารเคมีในสมอง รูปแบบวิธีคิดความคิดทั้งเชิงบวกและลบจะมีผลต่อการทำงานของสารเคมีต่างๆ ในเซลล์สมองของเรา คือ โดปามีน (Dopamine) ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอร์อีพิเนพฟริน (Norepinephrine) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนในเกิดการทำงานที่สมบูรณ์ของสมอง ดังนั้นความบกพร่องในการทำงานของสารเคมีเหล่านี้จะก่อให้เกิดความบกพร่องทาง อารมณ์ของเราได้
ความคิดเชิงลบทำให้สารเคมีเหล่านี้บกพร่องในทางลบ ก่อให้เกิดอารมณ์เศร้า ความคิดเชิงบวกทำให้สารเคมีเหล่านี้ทำงานได้สมบูรณ์ อารมณ์ของเราก็จะแจ่มใส
อารมณ์เศร้า สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะเป็นเรื่องของความคิดที่ก่อให้เกิดผลต่อการทำงานของสมองและอารมณ์ของ มนุษย์ แต่ในผู้หญิงหลังคลอด ซึ่งวงการแพทย์ก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างแจ่มแจ้งนัก ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นคือผู้หญิงหลังจากที่คลอดแล้วประมาณ 2-3 วัน เกินกว่าครึ่งจะเกิดภาวะอารมณ์เศร้าที่เขาเรียกว่า Postpartum Blue ภาวะนี้จะเกิดอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะหายไป
การแก้ปัญหา นายแพทย์แอรอน ทีเบค จิตแพทย์ชาวอเมริกัน ได้ใช้หลักคิดนี้ในการพัฒนาวิธีการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ คือ การทำจิตบำบัด โดยวิธีพุทธปัญญา หรือ Cognitive Psychotherapy จนได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว แต่เราไม่ต้องไปสนใจกับทฤษฎีนี้ก็ได้ครับ สำคัญว่าเราจะน้อมนำมาใช้มากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง
ที่มา : http://health.giggog.com/113162
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น